EP 4 : มีเวลาไหม ?

บทที่ผ่านมา…
ผมนำเสนอหัวข้อ “รักตัวเองให้เป็น”
กับประเด็นของการหาโอกาสเพื่อสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง
บทนี้จะเป็นเรื่องราวต่อเนื่องที่มีความสำคัญ
และทำให้เห็นว่าเรารักตัวเองมากแค่ไหน?
.
หากมองว่าคนเรามีชีวิตเพียง 2 ด้าน
ด้านที่ 1 เป็นชีวิตของการทำงาน
อีกด้านคือ ชีวิตส่วนตัว
คำถามมีอยู่ว่า
“ปัจจุบันเราให้เวลากับการใช้ชีวิตในด้านไหนมากกว่ากัน?”
.
ผมเคยได้ยินเพื่อน ๆ วัยเดียวกันบ่นให้ฟังว่า
“งานเยอะมากเลย กว่าจะได้กลับก็หลายทุ่ม
นี่แทบจะไม่มีเวลาทานข้าวเลยนะเนี่ย”
ได้ยินแบบนี้ทำให้ผมคิดว่า
หากองค์กรไหนมีพนักงานที่ทุ่มเทเวลาให้กับงานได้ขนาดนี้
คงโชคดีไม่น้อย
.
แต่อีกมุมหนึ่ง ผมกลับสงสารพวกเขา
เพราะในขณะเดียวกันนั้นพวกเขาก็ยังบ่นให้ผมฟังต่ออีกว่า
“อยากจะพักผ่อนดูหนังฟังเพลงกับเขาบ้าง แต่ไม่มีเวลาเลย
ซื้อคอร์สฟิตเนสไว้นานมากแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ไปออกกำลังกาย
หรือซื้อนิยายที่ชอบอ่านมาไว้ที่ห้องหลายเล่ม
แต่ก็ไม่มีเวลาอ่านเหมือนกัน”
ดูเหมือนเพื่อน ๆ ของผมจะทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานอย่างเต็มที่
จนพวกเขากลับไม่มีเวลาให้กับตัวเองเลยแม้แต่น้อย
.
เพราะชีวิตเราไม่ใช่เครื่องจักรครับ
ถ้าเราใช้ร่างกายไปกับการทำงานตลอดเวลา
โดยไม่ให้ร่างกายได้พักผ่อน
หรือทำกิจกรรมเสริมสมรรถภาพบ้าง
ร่างกายก็จะรับไม่ไหว
และอาจฟ้องเราด้วยอาการเจ็บป่วยก็เป็นได้
.
สิ่งนี้เองที่จะบอกเราได้ว่า
ตอนนี้เรารักตัวเองด้วยการสร้างสมดุล
ของเวลาที่มีให้กับชีวิตการทำงาน
และเวลาที่มีให้กับชีวิตส่วนตัวได้แล้วหรือยัง?
.
การแสดงความรักต่อตัวเอง
ด้วยการพักผ่อน การได้ทำกิจกรรมผ่อนคลาย
การออกกำลังกาย หรือการดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ
เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญครับ
เพราะแม้ว่าคุณจะรักและมีความสุขกับการทำงานมากแค่ไหน
แต่การดูแลตัวเองอย่างเพียงพอทั้งกายและใจ
ก็เป็นสิ่งที่จะทำให้เรามีความพร้อมในการลุยงานในวันต่อ ๆ ไปได้
.
ผมเป็นคนหนึ่งที่มีกิจกรรมหรือสิ่งที่อยากทำลิสต์ไว้ในหัวมากมาย
นอกเหนือจากงานประจำที่ต้องทำแบบขัดไม่ได้อยู่แล้ว
ก็ยังมีงานวิทยากรที่อยากทำ งานเขียนที่ใฝ่ฝัน
ความมุ่งมั่นจนจบการศึกษาในระดับปริญญาโท
และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การท่องเที่ยวให้สมอง
และร่างกายได้พักผ่อนอยู่เสมอ
แน่นอนว่าผมสามารถทำกิจกรรมเหล่านี้
โดยรักษาสมดุลของเวลาได้เป็นอย่างดีด้วย 4 วิธีง่าย ๆ
.
1. List รายการกิจกรรมที่ต้องทำในแต่ละวัน
2. จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมนั้น
3. วางแผนการใช้เวลาในแต่ละวันอย่างคุ้มค่า
4. รับผิดชอบและทำตามแผนที่วางไว้ให้ดีที่สุด
.
หากหนึ่งวันคุณอาจต้องใช้เวลา
ไปกับการทำงานประมาณ 9-10 ชั่งโมงต่อวัน
ในการทำตามแผนงานที่วางไว้
จากนั้นคุณก็อาจแบ่งเวลาที่เหลือ
มาใช้กับการออกกำลังกาย 1-2 ขั่วโมงต่อวัน
สลับการอ่านหนังสือ ดูหนัง อยู่กับครอบครัวบ้างในวันต่อไป
.
การให้เวลากับชีวิตส่วนตัวดังที่ว่ามานั้น
นอกจากจะได้ทำในสิ่งที่รักแล้ว
นับว่ายังมีประโยชน์อีกหลายข้อ เช่น
สุขภาพกายและใจดีขึ้น
สมองผ่อนคลาย ลดความเครียด
มีเวลาว่างสำหรับการดูแลคนในครอบครัว
หรือมีเวลาทบทวนและทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ และอีกมากมาย
.
ผมคงไม่ต้องบอกประโยชน์ของการรักตัวเองให้มากกว่านี้
เพราะเชื่อว่าทุกคนคงทราบ
และมีเป้าหมายกับการใช้เวลาในชีวิตส่วนตัวอยู่แล้ว
ตอนนี้คงเหลือเพียงแต่ว่า

“เราพร้อมที่จะแสดงความรักต่อตัวเอง
ด้วยการแบ่งเวลาเพื่อได้ดูแลตัวเองแล้วหรือยัง?”

#อย่าลืมติดตาม Ep. ต่อไป วันพรุ่งนี้นะครับ ^^

#PositivePsychologistPositiveHR
#BringOutTheBestOfYou
#พัฒนาคนเชิงกลยุทธ์เพื่อเป้าหมายขององค์กรและความสุขของคนทำงาน
#AjarnBatt #Annoptalk #PointsofyouTrainer

สอบถามหลักสูตร และคุยกันได้ที่
Line@ : @annoptalk
หรือลิงค์ https://line.me/R/ti/p/%40gql7317p 😁
ติดตามทั้งหมดได้อีกครั้งที่ www.annoptalk.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น