EP 9 : เพราะเราไม่ใช่ผ้าขาว

เพราะเราไม่ใช่ผ้าขาว
จึงไม่ต้องรอให้ใครมาแต่งแต้มสีสัน
แต่จงเชื่อมั่น…ที่จะสร้างสีสันให้กับตัวเอง

#เพราะตัวเรามีค่ากว่าที่คิด
EP 9 : เพราะเราไม่ใช่ผ้าขาว

คุณรู้สึกอย่างไรครับ เมื่อมีใครมาบอกกับเราว่า
ตัวเราไม่ได้มีอะไรดีอย่างที่เราคิด
เป็นผม…ผมคงทั้งมีอาการเหวอ และงงไปตามกัน
เขาเป็นใคร…และจะมารู้จักตัวเราถึงขั้นประเมินกันแบบนั้นได้เลยหรือ?
.
เราเคยได้ยินกันมาเสมอว่า
“เด็ก…เปรียบเหมือนผ้าขาวบริสุทธิ์
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปจากวันเป็นเดือน
จากเดือนเป็นปี เด็กก็ได้รับการแต่งแต้มสีสัน
แต้มนิดแต้มหน่อยก็คงสวยงาม
มาเข้าก็เริ่มกลายเป็นเลอะเทอะ
ผ้าที่บอกว่าเป็นสีขาวบริสุทธิ์ก็เปรอะเปื้อน
แทบจะมองไม่เห็นสีเดิม”
และเมื่อจะต้องโตขึ้นโดยที่เขาไม่ได้เป็นผ้าขาวอีกต่อไป
พวกเขาเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรกันนะ?
.
สำหรับผมแล้ว…ผมมีความเชื่อว่า
เมื่อเด็กเหล่านั้นโตขึ้นมา พวกเขาก็จะมีโอกาสได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิต
แต่ก็คงไม่ต้องถึงกับเรียนรู้ทุกสีที่ได้รับการแต่งแต้ม
เพราะเพียงแค่ 2 สี ขาว และ ดำ
พวกเขาก็สามารถเรียนรู้ชีวิตได้เป็นอย่างดีแล้ว
.
มนุษย์ทุกคนมี 2 สิ่งที่เหมือนกันครับ
นั่นคือ มีความดีและความเลว
อยู่ที่ว่าใครจะสามารถควบคุมด้านหนึ่ง
เพื่อนำเสนออีกด้านหนึ่งจนกลายเป็นบุคลิก
หรือลักษณะนิสัยของตัวเองได้ดีแค่ไหน
และเราสามารถเลือกได้…ว่าเราจะให้ชีวิตมีสีขาวหรือดำมากกว่ากัน

ในเมื่อเราสามารถเลือกให้ตัวเรามีสีสัน
ที่ผสมกันระหว่างขาวและดำจนกลายเป็นสีเทาในสไตล์ของตัวเอง
ดังนั้น ตัวเรานี่ล่ะครับ ที่น่าจะบอกกับตัวเองได้ดีที่สุดว่า
เรามีดีอย่างไรบ้าง
มากกว่าที่จะให้ใครมาประเมินเราเช่นนั้น

ปัจจุบันเรามักพบเห็นการประเมินในลักษณะนี้
จากบุคคลภายนอก จากผู้คนรอบข้าง
หรือจากสังคมออนไลน์อยู่เสมอ
เราสนุกกับการได้เห็นและตัดสินว่าผู้อื่นเป็นอย่างนั้น อย่างนี้
จนลืมคิดไปว่าผู้ที่ถูกตัดสินจะได้รับผลอย่างไร
.
คนเราในปัจจุบัน ชอบคิดแทนคนอื่น ๆ เสมอ
หากคิดในแง่บวก ผลร้ายต่าง ๆ คงไม่เกิดขึ้น
แต่หากคิดในแง่ลบ ปัญหามากมายก็คงตามมาเช่นกัน
.
ในฐานะที่เราเป็นคนที่ถูกคิดแทน หรือเป็นผู้ถูกประเมิน
ผมอยากให้เราเปิดใจและลองรับฟังดูครับ
เพราะแม้จะมีใครคอยแต่งแต้มสีสันให้กับเรามากมาย
แต่คนที่ตัดสินให้สิ่งที่เขาแต่งแต้มมีผลอย่างไรนั้น
เป็นตัวเราเองต่างหาก
ก่อนที่จะยอมเป็นไปตามการแต่งแต้มสีสันของคนอื่น
อยากให้คุณลองคิดหาประโยชน์จากการแต่งแต้มนั้นครับ
.
ประโยชน์ที่ว่านี้คือ…การที่คนเหล่านั้นมาประเมินหรือตัดสินเรา
อาจเป็นเพราะเขามองเห็นตัวเราไม่เหมือนกับที่เรามองเห็น
ตัดกรณีของการประเมินโดยอคติออกไปนะครับ
แต่ให้พิจารณาในกรณีที่เราสามารถนำสิ่งที่เขาประเมินนั้น
มีวิเคราะห์เพื่อประเมินตัวเองต่อไปได้
หากสิ่งที่เขาประเมินเป็นจุดอ่อนที่เราไม่สามารถมองเห็นตัวเองได้จริง
สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์กับเรามากครับ
เพราะเราจะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับปรุง
มาพัฒนาตัวเอง มาทำให้จุดอ่อนเหล่านั้นหมดไป
หรือนำมาเสริมจุดแข็ง หรือข้อดี ของตัวเราให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
.
มีทฤษฎีน่าสนใจที่มาสนับสนุนความคิดนี้ คือ
“ทฤษฎีหน้าต่างโจฮารี่” ที่ถูกพัฒนาโดย 
โจเซฟ ลุฟท์ และแฮรี่ อิงแฮม (Joseph Luft and Harry Ingham) 
เพื่อใช้เป็นแบบแผนการสังเกตพฤติกรรมของบุคคลเมื่ออยู่ร่วมกันในสังคม 
และเพื่อให้เข้าใจสัมพันธภาพที่เกิดข้นระหว่างบุคคลในลักษณะที่รู้ตัว
รูปแบบของพฤติกรรมของบุคคล มีดังนี้
.
1. พื้นที่สาธารณะ หมายถึง พฤติกรรมภายนอกที่แสดงออกอย่างเปิดเผย
เป็นพฤติกรรมที่เราแสดงออกแล้วรู้ว่าตนเองแสดงพฤติกรรมอะไร
คนอื่นก็รับรู้พฤติกรรมและเจตนาของเราในรูปแบบเดียวกัน
.
2. พื้นที่ลับ หมายถึง พฤติกรรมหรือความรู้สึกนึกคิดที่เราเก็บไว้ในใจ
ไม่เปิดเผยให้ผู้อื่นรู้ ตนเองเท่านั้นที่รู้
.
3. พื้นที่มืด หมายถึง พฤติกรรมหรือความรู้สึกบางอย่างที่บุคคลแสดงออกโดยไม่รู้ตัว
ตนเองไม่เคยรู้ไม่เคยเข้าใจมาก่อน และบุคคลอื่นไม่เคยรู้ไม่เคยสนใจมาก่อนเช่นกัน
.
4. พื้นที่บอด หมายถึงบริเวณ พฤติกรรมที่เราแสดงออกไปโดยไม่รู้ตัว
ไม่มีจุดมุ่งหมาย แต่คนอื่นสามารถสังเกตเห็นได้
ซึ่งอาจเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสีย ทำให้คนอื่นเกิดความไม่พอใจได้
.
พื้นที่ส่วนนี้เองที่ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์กับเรามาก
หากเราจะมองการประเมิน การตีค่า หรือการคิดแทนของคนอื่น ๆ
เพื่อมาสำรวจตัวเองให้รู้ว่า สิ่งที่เขาประเมินนั้น
เป็นพื้นที่บอด ที่เราแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ออกไป โดยที่เราไม่รู้ตัวหรือเปล่า
หากเป็นเช่นนั้น การประเมิน หรือการคิดแทนของคนรอบข้าง
จะมีประโยชน์อย่างมากในการปรับพฤติกรรมของเรา
ให้มีความเหมาะสม และสร้างความพึงพอใจให้กับทุกคนรอบข้าง
.
โอกาสต่อไป หากมีใครประเมินตัวเราเช่นนี้
อย่าเพิ่งอารมณ์เสีย และ
อย่าเพิ่งเชื่อว่าเราจะเป็นอย่างที่เขาประเมิน
แต่จงพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ให้เห็นประโยชน์
และนำมาใช้ในการพัฒนาตนเองครับ
.
เพราะเราไม่ใช่ผ้าขาว
จึงไม่ต้องรอให้ใครมาแต่งแต้มสีสัน
แต่จงเชื่อมั่น…ที่จะสร้างสีสันให้กับตัวเอง

อย่าลืมติดตาม Ep. ต่อไป วันพรุ่งนี้นะครับ ^^

#PositivePsychologistPositiveHR
#BringOutTheBestOfYou
#พัฒนาคนเชิงกลยุทธ์เพื่อเป้าหมายขององค์กรและความสุขของคนทำงาน
#AjarnBatt #Annoptalk #PointsofyouTrainer

สอบถามหลักสูตร และคุยกันได้ที่
Line@ : @annoptalk
หรือลิงค์ https://line.me/R/ti/p/%40gql7317p ?
ติดตามทั้งหมดได้อีกครั้งที่ www.annoptalk.com

https://www.facebook.com/802839553081173/posts/2199666023398512/

Credit ภาพ : Storylog.co

One thought on “EP 9 : เพราะเราไม่ใช่ผ้าขาว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น