S__20750635.jpg

Final EP :ฝันไกล…จะไปต่อ

อย่ากลัวแม้เราอาจจะไปไม่ถึงสิ่งที่ฝัน
แต่จงกลัวหากเราไม่ได้มีความเชื่อ
หรือความพยายามใดเลยดีกว่า

Final EP :ฝันไกล…จะไปต่อ

ชีวิตเรามีสีสัน ตื่นเต้น ท้าทาย เพราะความฝัน

และที่ผ่านมาเรามักจะได้รับการปลูกฝัง

ตอกย้ำแนวคิด “ฝันให้ไกล…แล้วไปให้ถึง” โดยสื่อต่าง ๆ มาโดยตลอด

จนทำให้หลายคนเป็นโรคขี้ขลาดปิดตัวเอง ไม่กล้าคิดฝัน

เพราะกลัวว่าถ้าหากทำไม่ได้อย่างฝัน

จะทำให้คนรอบข้างซ้ำเติมและรู้สึกว่าตัวเองด้อยคุณค่าขึ้นมาทันที

เพราะไม่สามารถทำความฝันให้เป็นจริงขึ้นมาได้

ความฝันนั้นจึงกลายเป็นแค่ลมแต่ไม่สามารถจับต้องได้

ซึ่งผมว่า “ความไม่กล้าคิดฝัน” นี่เอง

เป็นการบั่นทอนและไม่ดีต่อตัวเราเองครับ

 

เพื่อให้ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องตื่นเต้นและท้าทาย

ในหัวสมองของผมจึงบรรจุความฝันไว้มากมาย

เมื่อตอนเป็นเด็ก เห็นรุ่นพี่ขับมอเตอร์ไซค์ไปยังที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

ผมก็อยากขับรถมอเตอร์ไซค์อย่างพวกเขาบ้าง

ครั้งแรกที่หัดขับเต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้น

แล้วความรู้สึกตื่นเต้นก็ลดระดับลงเรื่อยๆ เมื่อเกิดความเคยชิน

และมองไปยังความฝันที่ไกลกว่านั้น คือการมีรถยนต์เป็นของตัวเอง

เริ่มต้นทำงานและเก็บหอมรอมริบเพื่อจะมีเงินซื้อรถยนต์ในฝันมาครอบครองให้ได้ในสักวัน

 

นอกจากนี้ผมก็ฝันเอาไว้ว่าจะต้องเรียนจบในระดับปริญญาโทให้ได้

เป็นเวลา 3 ปีกว่าที่ผมพยายามตั้งหน้าตั้งตาเรียน

ชนิดว่าหายใจเข้าเป็นตำราเรียน หายใจออกเป็นวิทยานิพนธ์

อดนอนติดต่อกันเป็นเวลาแรมเดือน ถอนหายใจหนัก ๆ หลายครั้งอย่างเหน็ดเหนื่อย

แต่ผมก็พยายามกัดฟันสู้ต่อเพื่อความฝัน

จนวันหนึ่งเมื่อผมได้สวมชุดครุยและกอดใบปริญญาโทแนบอก

ผมถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกและสูดลมหายใจความภาคภูมิใจให้เต็มปอด

เพื่อจะบอกกับทุกคนว่ารสชาติของการฝันให้ไกลและไปให้ถึง

มันทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความกระชุ่มกระชวยและมีสีสันแบบนี้นี่เอง

และยังเป็นพลังขับเคลื่อนความฝันของผมไปยังการศึกษาในขั้นที่สูงกว่าอีกด้วย

 

สิ่งสำคัญของความฝันไม่ได้อยู่ที่ฝันนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน

แต่คุณค่ามันอยู่ที่เรามีความพยายามแค่ไหนที่จะเดินตามฝันของตัวเองต่างหาก

ผมยังคงสนับสนุนความคิดที่ว่า “ฝันให้ไกล…และไปให้ถึง” อยู่เหมือนเดิมนะ

แต่ผมจะยิ่งสนับสนุนมากกว่ากับคนที่มีความมุ่งมั่น

และพยายามที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อทำความฝันนั้นให้เป็นจริงขึ้นมาได้

เพราะนั่นหมายถึง แค่คุณมีความรู้สึกว่าอยากไปต่อในการเดินตามความฝัน

คุณก็จะรู้สึกมีคุณค่า มองเห็นคุณค่าในตัวเองและความฝันแล้ว

 

A. Montapert นักปรัชญาผู้เขียนหนังสือปรัชญาศาลฎีกาของมนุษย์

: กฎของชีวิต กล่าวเอาไว้ว่า “อย่าสับสนระหว่างความเคลื่อนไหวกับความคืบหน้า”

ม้าโยกนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา แต่ไม่คืบหน้าไปไหนเลย”

 

แม้ฝันที่คุณวางไว้จะอยู่ไกลมากแค่ไหนก็ตาม

เพียงแค่คุณมีฝัน และค่อย ๆ ลงมือทำแล้วเดินไปตามความฝันนั้น

ชีวิตจึงจะถือว่ามีความคืบหน้า

เท่านี้สำหรับผมก็ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่า

มากกว่าฝันแต่ไม่เคยคิดจะทำอะไรเลย

 

ผมยังมีอีกหลายความฝันที่วางเป้าหมายเอาไว้และยังทำไม่ได้

แต่ผมไม่ได้รู้สึกท้อ หรือมองว่าตัวเองไร้คุณค่าเลย

เพราะตราบใดที่เรายังไม่เคยทิ้งฝัน

และพยายามที่จะไปต่อ ผมก็มีความสุขแล้ว

ความสุขของคนที่เดินตามความฝัน

ก็คือการตั้งคำถามให้กับตัวเองว่า

วันนี้เราได้ลงมือทำอะไรที่ทำให้ก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้แล้วหรือยัง?

 

ผมมีโอกาสพูดคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จหลายท่าน

ทำให้พบว่าพวกเขาเหล่านั้นล้วนมีเป้าหมายในใจของเขาอยู่แล้วว่าคืออะไร

และสิ่งนั้นเองที่ทำให้พวกเขารู้ได้ว่า…

ในแต่ละวันเขาได้ลงมือทำอะไรที่ทำให้เข้าใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่

 

ผมเพียงกำลังชี้ให้คุณเห็นว่า

เพียงแค่เปลี่ยนนิยามจาก “ฝันให้ไกล…แล้วไปให้ถึง”

มาเป็น “ฝันไกล…จะไปต่อ”จะทำให้เรามีความสุข

ในระหว่างการเดินทางไปสู่ความฝันมากกว่า

 

นอกจากความฝันซึ่งเป็นเป้าหมายของความสำเร็จแล้ว

ผมเชื่อว่าความสำเร็จที่อยู่ในทุก ๆ ช่วงของการเดินทางไปสู่ความฝันนี่ล่ะ

ที่จะทำให้เรามีกำลังใจที่จะไปต่อเรื่อย ๆ

 

ภูษิตา สังสนา นักเขียนรุ่นพี่ที่ผมนับถือ

เธอมีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียนมาตั้งแต่เด็ก

แต่ไม่เคยมีความรู้ในด้านการเขียนเลย

สิ่งที่เธอพยายามทำมาโดยตลอด คือ

เธอพยายามเขียนกลอน ฝึกเขียนข้อคิด คำคมต่าง ๆ

เขียนเก็บไว้เองบ้าง โพสต์บนโลกสังคมออนไลน์บ้าง

เมื่อได้รับการตอบรับจากเพื่อน ๆ ที่ติดตามเธอ

เธอก็มีกำลังใจในการเขียนมากขึ้น

จนได้หาโอกาสเดินทางมาจากต่างจังหวัด

มาอบรมเพื่อพัฒนาการเขียนของตนเอง

เพราะหวังว่าจะมีผลงานการเขียนเป็นของตัวเองให้ได้

 

หลังจากเรียนจบ เธอพยายามค้นหาแนวการเขียนที่ถนัดของตนเอง

เริ่มเขียนจากบทแรกที่เขียนแล้วผิด เขียนแล้วแก้ จนจบบท

และมีบทอื่น ๆ ตามมาจนสามารถปิดต้นฉบับได้สำเร็จ

หลายปีกับการเดินทางตามหาความฝันของเธอ

จนวันนี้เธอมีผลงานการเขียนเป็นของตนเอง

ชื่อ “นิทานแห่งความสำเร็จ”

 

นี่เป็นตัวอย่างความมุ่งมั่นในระหว่างการเดินตามความฝัน

ตัวอย่างของเธอคือลักษณะของคนที่มีความสุขในการพยายามไปต่อ

มีความสุขกับทุกความสำเร็จในระหว่างทาง

มีกำลังใจในการพยายามลองผิดลองถูก

เมื่อเกิดความผิดพลาดก็จะคิดต่อว่าควรแก้ไขอย่างไร

เพื่อเป็นการสำรวจตัวเองให้ดูว่าเราอยู่จุดไหนของการเดินทางไปสู่เป้าหมาย

และคอยเตือนตัวเองอยู่เรื่อย ๆ ไม่ให้หลงทางนั่นเอง

 

คนที่มีความฝันหรือเป้าหมายในชีวิต

เขาจะมีความพยายามไปถึงจุดนั้น

และจะมีความรู้สึกที่ดีและมองเห็นคุณค่าของต่อตัวเอง

ลองวาดภาพหรือจินตานาการถึงความสำเร็จของตัวเองเอาไว้

สำรวจตัวเอง และเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถทำได้

อย่ากลัวแม้เราอาจจะไปไม่ถึงสิ่งที่ฝัน

แต่จงกลัวหากเราไม่ได้มีความเชื่อหรือความพยายามใดเลยดีกว่า

 

“ตั้งความฝันเอาไว้ให้ไกล...แล้วไปต่อให้ถึงกันดีกว่าครับ”

 

ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงบทสุดท้าย

ของพ๊อคเก็ตบุ๊คที่ผมรักมากๆ “เพราะตัวเรามีค่ากว่าที่คิด”

 

พรุ่งนี้ผมมีอะไรน่าสนใจมานำเสนอ อย่าลืมติดตามต่อนะครับ ^^

 

#PositivePsychologistPositiveHR

#BringOutTheBestOfYou

#พัฒนาคนเชิงกลยุทธ์เพื่อเป้าหมายขององค์กรและความสุขของคนทำงาน

#AjarnBatt #Annoptalk #PointsofyouTrainer

 

สอบถามหลักสูตร และคุยกันได้ที่

Line@ : @annoptalk

หรือลิงค์ https://line.me/R/ti/p/%40gql7317p ?

ติดตามทั้งหมดได้อีกครั้งที่ www.annoptalk.com

 

https://www.facebook.com/802839553081173/posts/2199666023398512/